14 May

เพลงสำหรับเด็กไม่ใช่เพลงอะไรก็ได้

ในปัจจุบันทุกคนต่างยอมรับกันว่า ดนตรีเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของคน อีกทั้งเป็นสิ่งที่บันเทิงเริงรมย์และมีประโยชน์ต่อคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งในเด็กเล็กๆนั้นดนตรีเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของเด็กรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สติปัญญา ดังนั้นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญก็คือคุณพ่อคุณแม่ คุณครูและผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความรู้และความเข้าใจในการเลือกเพลงที่เหมาะสมต่อพัฒนาการสำหรับเด็กๆ ซึ่งหลักในการเลือกเพลงสำหรับเด็ก มีดังนี้

เพลงสำหรับเด็กแบ่งออกได้กว้างๆเป็น2ประเภท คือ

1.เพลงบรรเลง หมายถึงเพลงที่บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีเพียงอย่างเดียวไม่มีเนื้อร้อง ซึ่งเพลงประเภทนี้เป็นเพลงที่ช่วยพัฒนาและส่งเสริมทางด้านความคิดสร้างสรรค์ของเด็กได้ดีมาก โดยเพลงบรรเลงนั้นแบ่งออกได้เป็น2ประเภทด้วยกัน ได้แก่

– เพลงบรรเลงที่มีจังหวะและท่วงทำนองช้า เป็นเพลงที่มีความถี่ของจังหวะ 60-70BPM(beat per minute) ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการเต้นของหัวใจ(60-70ครั้งต่อนาที) ซึ่ง เพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะช้านี้จะช่วยทำให้เด็กมีอารมณ์ที่สงบผ่อนคลาย มีสมาธิ มีจิตใจที่อ่อนโยนนุ่มนวล ซึ่งจะช่วยพัฒนาทางด้านสุนทรียภาพและช่วยให้อารมณ์ของเด็กสงบได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างของเพลงประเภทนี้ เช่น ลาวจ้อย(ทำนองเพลงไทยโบราณ) , Ave Maria(Bach) , Canon in D (Pachelbel) ซึ่งเพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะช้านี้เป็นเพลงที่เมื่อเด็กๆได้ฟังแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายและความสุข ซึ่งภาษาทางด้านดนตรีเรียกภาวะแห่งความสุขนี้ว่า “อัลฟ่า เอฟเฟกต์ (Alpha Affect) เพลงบรรเลงช้าๆที่มีเสียงความถี่ตามธรรมชาติเช่นเสียงฝนตกเบาๆ เสียงนกร้อง เสียงลม จะมีผลช่วยทำให้คลื่นสมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเปิดเพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะช้าให้เด็กๆฟังในขณะที่เด็กๆทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น อ่านหนังสือทำกิจกรรมศิลปะจะช่วยทำให้เด็กเด็กมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมนั้นได้นานมากขึ้น

– เพลงบรรเลงที่มีท่วงทำนองและจังหวะเร็ว เป็นเพลงที่มีความถี่ของจังหวะ 80-120 BPM(beat per minute) ซึ่งเป็นเพลงที่ช่วยทำให้เด็กอารมณ์ดี มีความสุขสนุกสนาน ร่าเริงแจ่มใสอยากเคลื่อนไหวกระโดดโลดเต้นตามจังหวะและท่วงทำนองที่ได้ยิน ซึ่งตัวอย่างของเพลงประเภทนี้ได้แก่ พม่าเขว(ทำนองเพลงไทยโบราณ), Minuet in G.(Bach) , Rondo Alla Turca(Mozart) เพลงประเภทนี้ช่วยกระตุ้นให้เด็กมีอารมณ์ร่าเริง คึกคัก ตื่นเต้น ซึ่งเป็นการปลุกให้เด็กๆกระฉับกระเฉง ซึ่งทำให้เด็กๆอยากเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะของเพลงทำให้เด็กๆได้ออกกำลังกายไปในตัวซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายให้กับเด็กโดยตรงนั่นเอง

2. เพลงที่มีเนื้อร้อง หมายถึงเพลงที่นอกจากบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีชนิดต่างๆแล้วก็จะมีเสียงร้องนำเป็นเสียงหลักของบทเพลงนั้นนั้นด้วย ซึ่งบทเพลงที่มีเนื้อร้องที่เหมาะสำหรับเด็กนั้นควรมีลักษณะดังนี้

– เป็นเพลงที่ส่งเสริมจริยธรรม เพลงที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะให้เด็กฟังนั้นควรจะเป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่ส่งเสริมทางด้านคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งคุณธรรมในที่นี้นั้นเป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ อันได้แก่

ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ สัตว์และสิ่งแวดล้อมรอบตัว การแบ่งปัน การเสียสละ ความซื่อสัตย์ ความเมตตา การให้อภัย ความสามัคคี ยกตัวอย่างของเพลงประเภทนี้ เช่น

เพลงเชิญเธอมา
คำร้อง&ทำนอง ดร.แพง ชินพงศ์
มาซิจ๊ะ เชิญเธอมา เรามาเล่นสนุกกันไหม มาซิจ๊ะ เชิญเธอมา เรามาเล่นด้วยกันเราเป็นเพื่อนกัน
เรารักกัน ดูแลกัน ไม่รังแกกัน เราเป็นเพื่อนกัน เรารักกัน เชิญเธอมาเล่นเร็วไว

-เป็นเพลงที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพลงเป็นสื่อที่สำคัญมากในการช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะเพลงช่วยเปิดโอกาสให้เด็กๆได้ใช้จินตนาการความคิดริเริ่มในสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนคนอื่น ได้แก่การที่คุณพ่อคุณแม่ให้เด็กๆได้คิดท่าทางประกอบเพลงด้วยตนเอง โดยที่ไม่ต้องเลียนแบบท่าทางของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเนื้อเพลงที่ใช้สำหรับพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กนั้นควรเป็นเพลงที่มีลักษณะเปิดกว้างที่เด็กๆจะสามารถใช้จินตนาการ คิดท่าทางเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระเต็มที่ ตัวอย่างของเพลงประเภทนี้ เช่น

เพลงแป้นแล้น
คำร้อง&ทำนอง ดร.แพง ชินพงศ์
สวัสดีแป้นเเล้น สวัสดีแป้นแล้น หน้าเธอแป้นแล้น แก้มเธอแด๊งแดง
น่ารักจริงหนอเรามาเต้นรำกัน โยกย้ายไปมา มาซิมาแป้นแล้น

– เป็นเพลงที่ตอบสนองต่อธรรมชาติของเด็ก ธรรมชาติของเด็กนั้นสนใจสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ได้แก่เรื่องครอบครัว:พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายาย เรื่องโรงเรียน:เพื่อน ครู เครื่องเล่นในโรงเรียน เรื่องอวัยวะของร่างกาย: ตา หู จมูก ปาก แขน ขา เรื่องธรรมชาติ:ต้นไม้ ดอกไม้ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และสัตว์ชนิดต่างๆ

ยกตัวอย่างของเพลงประเภทนี้ เช่น

เพลงเต้นรำสามฤดู
คำร้อง&ทำนอง ดร.แพง ชินพงศ์
ฝนตกจากฟ้า ฟ้าร้องก้องไป เจ้ากบดีใจ ร้องดังอ๊บอ๊บ กระโดดสูงสูง ย่อตัวลงมา
กระโดดขาเดียว กระโดดเป็นวงกลม
แสงแดดส่องฟ้า ท้องฟ้าสดใส นกกาดีใจ ร้องดังกากา กางแขนทั้งสอง กระพือปีกกัน
บินไปข้างหน้าบินไปข้างหลัง
ลมพัดมาหน้าหนาว รวงข้าวปลิวไสว ชาวนาดีใจ ร้องดังไชโย ชูมือสูงสูง โบกมือไปมา
แล้วก็ส่ายเอว เกี่ยวข้าวไปด้วยกัน

สิ่งที่สำคัญในการเลือกเพลงสำหรับเด็กก็คือคุณพ่อคุณแม่ควรระมัดระวังไม่ให้เด็กๆฟังเพลงที่มีเนื้อหาก้าวร้าว หยาบคาย ลามก เพราะจะทำให้เด็กซึมซับในสิ่งเหล่านี้และฝังเป็นพฤติกรรมที่ติดตัวไปจนโต

อย่าลืมว่าเพลงสำหรับเด็กนั้นไม่ใช่เพลงอะไรก็ได้ แต่ควรเป็นเพลงที่ส่งเสริมจริยธรรม เพลงที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเพลงที่ตอบสนองต่อธรรมชาติของเด็ก อีกทั้งเป็นเพลงที่ส่งเสริมทัศนคติที่ดีและช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กรอบด้านอีกด้วย

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์