วิธีวางแผนรีโนเวท ซ่อมบำรุง บ้านอย่างชาญฉลาด

วิธีวางแผนรีโนเวท ซ่อมบำรุง บ้านอย่างชาญฉลาด ในการต่อเติมรีโนเวทบ้าน ไม่ว่าจะปรับปรุงบางส่วนในมุมเล็กๆ หรือต่อเติมห้องใหม่ขนาดใหญ่โต ก็คงจะไม่ใช่ว่าอยากทำปุ๊ป ก็ลุกขึ้นมาทำได้เลยปั๊ป เพราะการรีโนเวทก็คล้ายกับการลงมือสร้างใหม่ขนาดย่อส่วนลงมา จึงควรจะต้องอาศัยการศึกษา วางแผน ทำความเข้าใจ เพื่อให้ได้การปรับปรุงบรรยากาศใหม่ๆที่ดีในบ้าน คราวนี้คุณเจ้าของบ้านที่สนใจอยากเริ่มรีโนเวทควรเริ่มจากตรงไหน วันนี้เรามีคำตอบ

1.ลองจัดระเบียบของ ก่อนจัดระบบบ้าน

เริ่มต้นด้วยวิธีปรับปรุงบ้านขั้นพื้นฐานที่หลายคนมักมองข้าม เหมือนเป็นปลายเส้นขนบังภูผา บ้านเกือบทุกหลังมักจะมีของกองระเกะระกะ ไม่เป็นระเบียบภายในบ้าน ลองเก็บของเหล่านั้นเข้าตู้ ลิ้นชักหรือหากล่องมาใส่ให้เรียบร้อย นอกจากเก็บของที่มีให้เข้าระเบียบก็ควรจะลดจำนวนสิ่งของภายในบ้านให้น้อยลงไปด้วย เลือกทิ้งของที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว ของที่วางเก็บไว้ จะทิ้งไปก็คิดเสียดายหรือของเก็บที่คิดว่าวันนึงจะได้ใช้งาน ถึงเวลาเลือกพิจารณาเลือกสิ่งของที่เราอยากเก็บให้อยู่กับเราต่อไปจริงๆ เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่ว่า “ไม่รู้จะทิ้งอะไรดี อันไหนก็น่าเสียดายที่จะทิ้งไปซะหมด” มาเป็น “เราอยากอยู่กับของชิ้นไหนไปตลอดกันแน่” แล้วเราจะรู้ว่าเราต้องการสิ่งของอันไหนไว้ได้ใช้งาน หรือมีความสำคัญกับเราจริงๆ ของที่ไม่ได้ใช้ก็ต้องสละทิ้งไป เพียงเท่านี้คุณเจ้าของบ้านก็อาจจะได้บรรยากาศภายในบ้านที่โปร่งโล่ง แปลกตาจากเดิมโดยไม่ต้องไปต่อเติมเพิ่มพื้นที่ในบ้านเลยก็ได้

2.สำรวจหาข้อมูล ปรึกษาหาคำแนะนำ

หากการจัดระเบียบ เก็บกวาดพื้นที่ภายในบ้านยังไม่ได้ผล ก็ถึงคราวต้องหันมาคิดเรื่องการต่อเติมบ้านให้จริงจังมากขึ้น ก่อนลงมือที่จะปฎิบัติการใดๆ อย่าลืมสิ่งสำคัญเรื่องการศึกษาหาข้อมูลในหลายๆด้านเสียก่อน รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งย่อมได้ถือธงแห่งชัยชนะร้อยครั้งแน่นอน การรีโนเวทต่อเติมบ้านนั้นมีความแตกต่างกับการลงมือสร้างใหม่ ข้อจำกัดของสภาพโครงสร้างและข้อกฎหมาย รวมไปทั้งงบประมาณการลงทุนมีผลกระทบต่อการทำงานที่จะเกิดขึ้น วิธีง่ายๆ คล้ายการสร้างบ้านทั่วไป คุณเจ้าของบ้านอาจจะเริ่มจากตัดเก็บรูปภาพมุมบ้านสวยๆจากนิตยาสารตกแต่งบ้าน หรือเซฟรูปมาจากอินเตอร์เน็ต แล้วลองเข้าไปสอบถามจากเพื่อนบ้านที่มีประสบการณ์ต่อเติมบ้าน กระทู้แบ่งปันเกี่ยวกับการรีโนเวท ไปจนถึงสอบถามกับผู้รู้เฉพาะทาง สถาปนิก วิศวกะ ช่างรับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้คุณเห็นภาพสุดท้ายที่ชัดเจนในตอนที่จะเสร็จสมบูรณ์ และมีหน้าที่ใช้การงานตรงต่อความต้องการจะปรับปรุงต่อเติมบ้านนั่นจริงๆ

3.วางแผนก่อนซื้อของ กันงบบานปลาย

ก่อนที่คุณจะลงมือทำร้ายเงินในกระเป๋าสตางค์ใบน้อยของคุณอง อยากให้พึงระลึกไว้เสมอว่าอย่าซื้อของ อุปกรณ์ตกแต่งเผื่อไปก่อนที่แผนรีโนเวทจะได้บทสรุปออกมาแน่นอนแล้ว เราขอเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ การการวางแผน ศึกษาข้อมูลความรู้จากผู้มีประสบการณ์ ความรู้เฉพาะทาง วัดขนาดสัดส่วนห้องขนาดเฟอร์นิเจอร์โดยละเอียด รวมไปถึงการเปรียบเทียบราคาสินค้าจากแบรนด์ต่างๆเรื่องคุณภาพกับราคา จะทำให้เราประมาณการและควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น ตำแนะนำเพิ่มเติมคือควรจะเผื่องบการต่อเติมสำรองไว้ซัก 10-15% จากยอดรวมทั้งหมด เช่นงบ 100,000 กันเงินสำรองไว้ 10,000 สำหรับค่าใช้จ่ายการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้างานจริงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายจากที่ตั้งเอาไว้มากเกินไป

4. หาช่างฝีมือที่ไว้ใจได้

นอกเหนือจากงบประมาณ และแผนการทำงานจะเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ การหาช่างผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ และนักออกแบบ วิศรกรโครงสร้างที่จะมารับงานออกแบบก่อสร้างก็เป็นปัจจัยชี้ผลต่อการต่อเติมของเราจะสำเร็จไปได้ด้วยดีหรือไม่ การรีโนเวทจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพโครงสร้าง งานระบบไฟฟ้าน้ำประปาเดิมของอาคารให้ดีก่อนที่จะต่อเติมพื้นที่ เพิ่มภาระน้ำหนักให้กับโครงสร้างเดิมลงไป ความประมาทจากการละเลยตรวจสอบความสามารถแบกรับน้ำหนักของโครงสร้างเดิมจะส่งผลเสียต่อโครงสร้างรวมในระยะยาว และด้วยความพิถีพิถันและต้องรอบคอบรัดกุมเช่นนี้เอง เราจึงควรหาผู้ร่วมงานที่เชื่อฝีมือ ไว้ใจได้ มาช่วยกันพาการต่อเติมบ้านของเราไปถึงเส้นชัย

5. มองการณ์ไกล

ไม่ว่าคุณจะมีสไตล์รูปแบบการรีโนเวทใดอยู่ในใจก็ตาม ขอให้คุณมั่นใจให้ดีซะก่อนว่าสิ่งที่เลือกมานั้นดีพอจะคงอยู่กับชีวิตคุณไปอีก 30-40 ปีได้จริงๆ อย่าเลือกแค่เป็นรูปแบบตามแฟชั่นสมัยนิยม แล้วอาจจะต้องมาพบความลำบากตอนอาศัยอยู่จริงในชีวิตปะจำวัน การจัดองค์ประกอบรูปภาพสวยงามในแบบนิตยสารแตกต่างกับการบำรุงรักษาสภาพการใช้งานนอกกรอบรูปนั้นนะครับ ฉะนั้นการมองหาสไตล์ที่คลาสสิค เรียบง่าย ใช้ได้จริงจะเห็นผลในระยะยาวมากกว่า และหากคุณชื่นชอบความเรียบโล่ง สไตล์การตกแต่งบ้านในโลกเราไม่ได้มีแค่แบบ loft หรือ industrail style ลองศึกษาเรียนรู้รูปแบบอื่นๆ ที่ยังมีให้คุณได้ลองทำความรู้จักอีกหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น modern japan , scandinavian จากฝั่งยุโรป หรือจะเป็นรูปแบบเชื้อชาติไทยแท้ใกล้ตัวเราอย่างไทยประยุกต์สมัยใหม่ จับวัสดุพื้นถิ่นที่คุณหาได้ง่ายมาจัดเรียงพลิกแพลงให้เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบันมากขึ้น

6. อย่าเปลี่ยนใจกลางคัน และหมั่นติดตามผลงาน

ปัญหาการเปลี่ยนใจ เปลี่ยนแบบอาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ถ้าเราหยุดกลางคันและบอกช่างว่าอยากทดลองตกแต่งรูปแบบอื่นๆ ลำพังแค่การเปลี่ยนสี และวัสดุปูคงไม่ใช่สาระที่เราจะต้องมากังวล แต่การอยากเพิ่มพื้นที่ ต่อโครงสร้างออกไปเลยเถิดเป็นสิ่งที่ต้องกลับมาพิจารณากันอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน ควรจะต้องกลับไปให้วิศวกรโครงสร้างช่วยมาคำนวณโหลดการรับน้ำหนัก ผลกระทบในเนื้อโครงสร้างกันอีกครั้ง ก่อนจะเดินหน้าต่อไปในเส้นทางใหม่ได้

อีกสิ่งหนึ่งคือหมั่นเข้าไปตรวจดูความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพราะอาจจะเกิดปัญหาเฉพาะหน้างานที่ต้องช่วยกันปรึกษา ออกความคิดเห็นได้ตลอด และยังเป็นโอกาสให้เราเข้ามาตัดสินใจแก้ไขปัญหาโดยยังอยู่ภายใต้งบประมาณที่มี

7.ยิ่งเลอะ ยิ่งเยอะประสบการณ์

คล้ายๆกับคำโฆษณาของผงซักฟอกที่เคยได้ยินกัน แต่เราอยากให้คุณสนุกไปกับมัน สนุกกับการลงมือทำ ปรับปรุงพื้นที่ภายในบ้าน อาจจะเป็นแค่มุมเล็กๆน้อยๆ เตรียมการย้ายเฟอร์นิเจอร์ ปูแผ่นหนังสือพิมพ์รองพื้น แต่งแต้มสีสัน สร้างชั้นวางของ ทำฉากกั้นพื้นที่ ก็ถือเป็นกิจกรรมในครอบครัวช่วงวันหยุดที่ดีให้กับคุณได้