ลิเวอร์พูล เหนือกว่า แมนยู หลังหมดยุคป๋า

ลิเวอร์พูล เหนือกว่า แมนยู หลังหมดยุคป๋า การที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมาได้นั้น เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าตอนนี้ “หงส์แดง” กำลังเป็นทีมที่เหนือกว่า “ปีศาจแดง” หลังจากเดิมทีก่อนลงเล่นนัดดังกล่าว ลิเวอร์พูล ก็นำโด่งเป็นจ่าฝูง สวนทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นเพียงอันดับ 5 ของตารางคะแนนเท่านั้น

ด้วยความที่ “แดงเดือด” ถือเป็นเกมระดับคู่อริที่มีดีกรีความดุเดือดสูงเป็นลำดับต้นๆ ของเกาะอังกฤษ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งสองทีมต่างก็พยายามชิงความเป็น “ทีมที่เก่งกว่า” กันอย่างดุเดือด ซึ่งแน่นอนว่าในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังคุม แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่นั้น ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มักจะได้เฮบ่อยกว่า

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ที่ เฟอร์กูสัน บอกลาอาชีพการคุมทีมไปแล้วนั้น นอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีผลงานโดยรวมแย่ลงแล้ว พวกเขายังโดน ลิเวอร์พูล แซงหน้าไปไกลแล้วด้วย ถ้าหากผลการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมายังยืนยันถึงเรื่องนั้นได้ไม่มากพอแล้วล่ะก็ ข้อมูลที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ก็อาจจะพอที่จะช่วยตอกย้ำถึงเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี

– ผลงานการเจอกันในแดงเดือด
ในสมัยที่ เฟอร์กูสัน ยังคอยวางหมากการเล่น (หรือตะคอกใส่ลูกทีมเวลาเล่นได้แย่) ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น บรรดา “เร้ด อาร์มี่” มักจะมีความเชื่อมั่นว่าทีมรักของพวกเขาจะชนะ ลิเวอร์พูล ได้ เพราะสถิติของ เฟอร์กูสัน ในเกมแดงเดือดถือว่ายอดเยี่ยมมาก จากการพาทีมชนะได้ 23 เกม จากทั้งหมด 42 นัด หากนับเฉพาะในลีก คิดเป็น 55 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้วนั้น มันก็มีเกมแดงเดือดฉบับเกมลีกอีก 14 หน แต่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะได้เพียง 5 ครั้ง จริงอยู่ว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ลิเวอร์พูล ชนะไป 4 หน ซึ่งยังถือว่าน้อยกว่าที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ แต่ถ้านับเฉพาะ 5 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมดวลกันในลีก ลิเวอร์พูล ก็แพ้ไปแค่หนเดียวเท่านั้น

– กุนซือกับเปอร์เซ็นต์ชนะใน พรีเมียร์ลีก
แน่นอนว่าด้วยความที่ เฟอร์กูสัน สามารถพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้ถึง 13 สมัย (ไม่นับรวมสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1) มันก็หมายความว่าเขาเก็บชัยชนะได้แบบเป็นกอบเป็นกำด้วย โดยเขาชนะเกม พรีเมียร์ลีก 528 เกม จากทั้งหมด 810 นัด คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ที่ เฟอร์กูสัน ลงจากตำแหน่งไปแล้วนั้น มันก็ไม่มีกุนซือคนไหนของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกเลยที่มีเปอร์เซ็นต์ชนะในลีกแตะหลัก 60 เปอร์เซ็นต์ ดีที่สุดคือ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่สามารถเก็บชัยชนะในลีกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ที่ 54 เปอร์เซ็นต์

ในทางกลับกัน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่คนปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล สามารถเก็บชัยชนะใน พรีเมียร์ลีก ได้มากถึง 64 เปอร์เซ็นต์เข้าไปแล้ว ทั้งที่เขาคุมทีมน้อยกว่า เฟอร์กูสัน ตั้งเยอะ ขนาด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่ได้คุม ลิเวอร์พูล ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างฤดูกาลสุดท้ายของ เฟอร์กูสัน กับตั้งแต่หลังจากที่ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้ว ก็ยังมีเปอร์เซ็นต์พา ลิเวอร์พูล ชนะในลีกอยู่ที่ 52 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่า หลุยส์ ฟาน กัล, เดวิด มอยส์ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ด้วยซ้ำ

หมายเหตุ : คนที่มีเครื่องหมาย * ต่อท้าย คือคนที่เคยได้คุม แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ ลิเวอร์พูล ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ในช่วงที่ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้ว

– ผลงานใน พรีเมียร์ลีก ที่สวนทางกัน
อย่างที่บอกไปว่า เฟอร์กูสัน สามารถพา แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยถ้านับรวมสมัยที่ลีกสูงสุดยังใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1 แล้วนั้น เขาก็ทำให้ทีมชนะ 625 เกม จากทั้งหมด 1,035 นัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ชนะสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ในทางตรงกันข้าม ลิเวอร์พูล สามารถชนะในลีกได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงที่ เฟอร์กูสัน กุมบังเหียนของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่

ถึงกระนั้น พอ เฟอร์กูสัน บอกลาทีมไปแล้ว กระแสมันก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ ร็อดเจอร์ส และ คล็อปป์ สามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนเก็บชัยชนะได้รวมกันสูงถึง 61 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของบรรดาทายาท เฟอร์กูสัน กลับเก็บชัยชนะได้รวมกันเพียง 51 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นอกจากนี้ ผลงานด้านอื่นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างยุคของ เฟอร์กูสัน และหลังหมดยุคของ เฟอร์กูสัน ยังต่างกันแบบฟ้ากับเหวด้วย อย่างเช่นจำนวนประตูที่เสียไป, จำนวนประตูที่ทำได้ เป็นต้น

สถิติทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ล้มเหลวกับการหาทายาทของ เฟอร์กูสัน ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จริงอยู่ว่า โซลชา อาจจะเพิ่งทำทีมมาแค่ราว1ปี แต่ต้องยอมรับว่าผลงานของเขาไม่ดีเท่าที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ และมันก็ยังมีโอกาสที่เขาจะเจอชะตากรรมแบบเดียวกับทายาท เฟอร์กูสัน คนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ถ้าเจ้าตัวไม่รีบทำให้ทีมเค้นฟอร์มเก่งออกมาโดยเร็ว