ที่จีนอย่าว่าแต่’ซื้อบ้าน’ เช่าก็ไม่ไหวเหมือนกัน!

สัปดาห์นี้ไปดู “ยุคทาสการผ่อนบ้าน” ในประเทศจีน อย่าว่าแต่ซื้อบ้านเลย เช่าก็ไม่ไหวเหมือนกัน หันมองกลับมาที่ไทย ลองคิดกันดูคุณได้จับเงินเดือนกันสักกี่วัน??

ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่เกิดมาในยุคนี้ เพราะดูเหมือนจะมีอะไรที่ทันสมัยมารองรับการใช้ชีวิตในโลกสมัยใหม่ แต่กับราคาค่าบ้านที่สูงจนแทบจับต้องไม่ได้นั้นแล้ว แต่ละคนล้วนเป็นทาสของการผ่อนบ้าน หาเงินมาก็เพื่อจะจ่ายค่างวดบ้าน ยังไม่ทันไรก็ครบเดือนต้องหาเงินมาจ่ายใหม่ วนกันไปไม่จบไม่สิ้น กลายเป็นทาสของบ้านไปเสียแล้ว
 
ปัจจุบันนี้จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าเช่าหรือการซื้อที่พักราคาสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยเฉพาะในมหานครของจีน ไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ก็ตามที จนปัจจุบันเป็นวลีที่ตลกร้ายล้อกันอยู่ว่า “อย่าว่าแต่ซื้อห้องพักเลย แม้แต่จะเช่าอยู่ก็ยังเช่าไม่ไหวเลยครับ”
 
ราคาบ้านของจีนขณะนี้ ซึ่งก็เป็นที่ทราบดีว่า คนจีนส่วนมากจะอาศัยอยู่ในที่พักแบบห้องคอนโดมิเนียมที่มีขนาดแตกต่างกันไป ราคาที่พักในจีนนับวันราคาก็ยิ่งสูงมากขึ้นจนจับต้องไม่ได้ กลายเป็นว่าเงินเดือนของคนที่ทำงานในมหานครใหญ่นั้น กว่าครึ่งของเงินเดือนต้องเอามาจ่ายค่าเช่าบ้าน

จากการวิจัยพบว่า คนปักกิ่งต้องจ่ายค่าที่พักถึงร้อยละ 58 และค่าเช่าห้องนั้นสูงถึงเดือนละ 2,748 หยวน (ประมาณ 13,740บาท) ในขณะที่คนเซี่ยงไฮ้ต้องจ่ายค่าที่พักถึงร้อยละ 48 และค่าเช่าห้องนั้นสูงถึงเดือนละ 2,319 หยวน (ประมาณ 11,595บาท) และคนที่กว่างโจวต้องจ่ายค่าที่พักถึงร้อยละ 38 และค่าเช่าห้องนั้นสูงถึงเดือนละ 2,212 หยวน (ประมาณ 11,060บาท) และคนที่เซินเจิ้นต้องจ่ายค่าที่พักถึงร้อยละ 54 และค่าเช่าห้องนั้นสูงถึงเดือนละ 1,500 หยวน (ประมาณ 7,500บาท)
 
คนจีนส่วนมากมักจะตั้งความหวังไม่ต่างกับคนไทยว่า หากเศรษฐกิจดีไม่แน่ว่าปีนี้เจ้านายอาจจะขึ้นเงินเดือนให้เพิ่ม หรืออาจจะได้รับโบนัสก้อนโต และก็จะสามารถซื้อบ้านได้ แต่ดูจากสภาพการณ์ปัจจุบันแล้วนั้น แม้แต่ค่าเช่าก็ดูเหมือนว่าจะจ่ายไม่ไหวเสียแล้ว แค่เงินเดือนจ่ายค่าเช่าห้องก็หมดไปครึ่งหนึ่งแล้ว ค่าเดินทาง ค่ากิน ค่าภาษีสังคม เงินหมุนแทบไม่ทันกันทีเดียว

มีคนจีนกล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคที่ดีที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นยุคที่เลวร้ายที่สุดเหมือนกัน ทุกอย่างดูสะดวกสบาย แต่เป็นเวลาหายนะสำหรับการคิดจะซื้อบ้าน ไม่เพียงแต่ซื้อไม่ไหวแม้แต่จะเช่าก็ไม่ไหว แม้แต่เก็บรวมเงินมาจะมาดาวน์บ้าน แค่เงินดาวน์ยังไม่พอเลย จนคนจีนจำนวนมากหันกันไปลงทุนซื้อบ้านยังต่างประเทศ และนำค่าเช่ามาจ่ายค่าเช่าบ้านที่อยู่ จนกลายเป็นยุคทองของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศของคนจีนทีเดียว
 
แล้วในบรรดาต่างประเทศนั้น ประเทศไหนที่คนจีนอยากจะมาลงทุนซื้อบ้านกันบ้าง อันดับหนึ่งก็คงต้องยกให้กับสหรัฐฯ ประเทศในฝันของคนจีน โดยในปีที่แล้วนั้นคนจีนขนเงินไปซื้อบ้านยังต่างประเทศในมูลค่าเฉลี่ยหลังละ 150,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,800,000บาท) ซึ่งตัวเลขของคนจีนที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในปีที่แล้วสูงถึง 8,000,000 คน ซึ่งไม่เพียงแต่มาท่องเที่ยวเท่านั้น ยังมาเพื่อซื้อบ้านในประเทศไทยอีกด้วย  ซึ่งจากสถิติพบว่าในบรรดาคนต่างชาติที่เดินทางมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย จีนนั้นเป็นผู้ซื้ออันดับต้นๆ ทีเดียว
 
ไม่เพียงแต่ไทย ยังมีประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นประเทศเป้าหมายที่คนจีนสนใจ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันนั้น หากนำมาซื้อบ้านในประเทศเหล่านี้แล้ว จะได้บ้านในทำเลที่ดีที่สุด ติดรถไฟฟ้า ย่านธุรกิจ ติดทะเล ห้องแสนสวย มีเฟอร์นิเจอร์ครบ มีคลับพร้อม ยกตัวอย่างเช่น เงินจำนวน 1,000,000 หยวน (ประมาณ 5,000,000 บาท) หากนำไปซื้อห้องในกลางกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คงได้เพียงแค่ห้องครัวขนาด 10 ตารางเมตร อย่าว่าแต่คิดจะซื้อเลย เพราะคงซื้อไม่ได้เพราะติดปัญหาว่าซื้อไม่ได้ คงได้แต่เพียงเช่าเท่านั้น
 
จึงไม่น่าแปลกเลยว่า ปัจจุบันมีคนจีนจำนวนมากเดินทางมาซื้อคอนโดฯ ในไทยกันมากมาย จนถึงกับมีเจนซีชาวจีนมาทำธุรกิจซื้อขายอสังหาฯ ในไทย และในบางอาคารนั้นสิทธิ์การถือครองของคนต่างชาติเต็มไปเรียบร้อย โดยเฉพาะแถวรัชดาหรือย่านธุรกิจแห่งใหม่นั่นเอง

หรือว่าอสังหาฯ บ้านเรายังแพงไม่พออีกหรือ แต่สำหรับคนไทยแล้ว แค่นี้เราก็จับต้องไม่ได้แล้วเช่นกัน เงินเดือนออกมา อย่าว่าแต่ “ทาสบ้าน” “ทาสรถ” “ทาสมือถือ” ผ่อนกันสารพัด จนแทบไม่ได้จับเงินเดือนกันทีเดียว ปัญหานี้คงเป็นปัญหาสากลร่วมกันสำหรับคนยุคนี้