4 Apr

กำชับดูแลเข้มพื้นที่ชั้นนอก-ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

พล.อ.ประวิตรประชุมเตรียมพร้อมรับมือเทศกาลสงกรานต์ กำชับเพิ่มความเข้มดูแลทั้งพื้นที่ชั้นนอก – ชั้นใน ตามงานข่าวใกล้ชิด เฝ้าระวังเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากกลุ่มเห็นต่าง หัวรุนแรง

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของสังคม การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 ว่า ที่ประชุมหารือภาพรวมมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยทางสังคมช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว การบูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมทั้งให้มีแผนเผชิญเหตุหรือมาตรการรองรับเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินระดับพื้นที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว

“พื้นที่ชั้นในจะจัดเป็นพื้นที่จัดงานเฉพาะ ( Zoning ) และขอความร่วมมืองดจำหน่ายแอลกอฮอล์ รณรงค์แต่งกายให้เหมาะสมและร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับทุกกลุ่มเสี่ยงที่อาจเป็นภัยกับสังคมและสถานประกอบการที่เป็นแหล่งมั่วสุม เพิ่มแสงสว่างและกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยงให้มากขึ้น ส่วนพื้นที่ชั้นนอกที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน ฝ่ายความมั่นคงคงความเข้มสกัดกั้นอาชญากรรม ยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนในภาพรวม” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

สำหรับการดำเนินงานตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ช่วงคุมเข้ม 7 วันอันตราย ( 11-17 เม.ย. 61 )พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า จะเน้นการทำงานร่วมกันระดับพื้นที่มากขึ้น โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ( ศปถ.) ต้ังแต่ระดับจังหวัดลงถึงระดับท้องถิ่น เพื่อบริหารข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนย้อนหลัง 3 ปีในแต่ละกลุ่มพื้นที่เฝ้าระวังและปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสภาพแวดล้อม

“เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเข้มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ประมาท ขาดวินัยและไม่เคารพกฎจราจร โดยเฉพาะขับรถเร็ว เมาสุรา ไม่มีใบขับขี่ การขับขี่จักรยานยนต์โดยไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ยานพาหนะที่ดัดแปลงและไม่ปลอดภัย การปรับปรุงเสริมความปลอดภัยกับถนนที่เป็นจุดเสี่ยง จุดอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยจากการชำรุดของผิวถนนและพื้นที่ก่อสร้าง รวมทั้งเพิ่มแสงสว่างและป้ายสัญญาณ การจัดตั้งด่านชุมชน รวมถึงให้สถาบันครอบครัวเฝ้าระวังกันเองการขอความร่วมมือผู้ประกอบการหยุดหรือหลีกเลี่ยงกิจการรถบรรทุกช่วงเทศกาลสงกรานต์” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมขอบคุณทุกส่วนราชการที่เตรียมความพร้อมและให้ความสำคัญกับแผนบูรณาการ ฯ พร้อมทั้งกำชับทุกส่วนราชการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับมาตรการด้านการข่าว เฝ้าระวังการก่อวินาศกรรมและป้องกันเหตุที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดจากกลุ่มหัวรุนแรง กลุ่มเห็นต่างที่ต้องการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะศูนย์กลางระบบขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำและอากาศ รวมทั้งจุดเสี่ยงอื่น ๆ ส่วนพื้นที่จัดงานที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมระดับพื้นที่โดยมีแผนเผชิญเหตุและการซักซ้อมร่วมกัน หมุนเวียนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่

สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรกำชับให้ศปถ.ทุกระดับต้องถือเป็นหน้าที่และจริงจังในการนำข้อมูลทางสถิติและปัจจัยเสี่ยงระดับพื้นที่ที่ผ่านมาไปบริหารงานและปรับแก้ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ เตรียมชุดปฏิบัติงานเร่งด่วน ตอบสนองการแจ้งเหตุจากประชาชน สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพิ่มความถี่การตรวจ เข้มงวดบังคับใช้กฎหมายจราจรและมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุตามคำสั่งคสช.อย่างเคร่งครัด โดยตำรวจทางหลวงรับผิดชอบเส้นทางสายหลัก กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบเส้นทางสายรองและให้ความสำคัญกับการทำงานของด่านชุมชนโดยเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน

“ทุกด่านตรวจต้องใช้คำพูดสุภาพ วาจาเป็นมิตรและต้องไม่เรียกรับส่วยโดยเด็ดขาด พล.อ.ประวิตรกำชับให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมแผนตอบสนองเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ทันท่วงที นอกจากนี้ขอให้ทุกส่วนราชการประสานความร่วมมือกับสื่อมวลชน ร่วมประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้และรณรงค์การมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นเทศกาลแห่งความสุข ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม หากมีเหตุความไม่มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ให้แจ้ง 1190 พบการชำรุดของเส้นทางที่เป็นเหตุของอุบัติเหตุแจ้ง 1586 พบความเสี่ยงหรืออุบัติเหตุบนทางหลวง แจ้ง 1193 พบเหตุด่วนเหตุร้ายแจ้ง 191” พล.ท.คงชีพ กล่าว.-สำนักข่าวไทย